ภายใต้การทำงานในโลกปัจจุบัน และการแข่งขันด้านผลการดำเนินงานขององค์กรนั้น "การสื่อสารระหว่างบุคคล" (Interpersonal communication) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความสำเร็จขององค์กร อย่างไรก็ตาม มีองค์กรที่มีจำนวนน้อยมากที่ประสบผลสำเร็จจากทักษะด้านการสื่อสารที่มีประสิทธิผล (Effective communication) หรือจากทักษะด้านความสัมพันธ์ (Relationship skill) โดยได้อาศัยทั้ง 2 ทักษะ เข้าไปบูรณาการภายใต้กรอบของวัฒนธรรม ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เหตุผลที่สำคัญก็คือ การนำทักษะดังกล่าวเข้าไปบูรณาการภายในองค์กร และนำไปใช้ปฏิบัติจริงนั้นย่อมหมายถึง การยอมรับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากบุคคลและวิธีการดำเนินงาน ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น และการเปลี่ยนแปลงอาจไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้ง่ายนัก
คนเราทุกคนสามารถปรับปรุงวิธีการสื่อสารได้กับทุกคน ทุกระดับ ยกตัวอย่างเช่น คนเราบางคนเขินอาย หรือกลัวที่จะเปิดเผยความคิดหรือข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา หรือในบางครั้งมีคนจำนวนไม่น้อยที่กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยออกมาให้คนอื่นได้รับทราบ โดยลืมคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น หรือลืมคิดไปว่าความรู้สึกของตนจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นได้มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้เราอาจรู้แล้วว่าปัญหาที่ประสบอยู่คืออะไร แต่บ่อยครั้งเราจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ยาก และเป็นการยากมากที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบเดิม ๆ ที่เราเคยชินกับการปฏิบัติมา
ในบางครั้งเราอาจได้มีโอกาสได้รู้จักกับใครสักคนที่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างจริงจังและถาวร ซึ่งได้สัมผัสจากบุคคลอื่นมาบ้าง โอกาสเช่นนี้ย่อมมีให้พบเห็นและเกิดขึ้นได้ ผลการวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อคนเรามีแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลง ภายใต้กรอบสภาวะ แวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกนั้นย่อมเป็นไปได้ GET จะก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ (Learning environment) ที่เล็งเห็นคุณค่าของพื้นฐานของความเข้าใจและความไว้ใจ "ทักษะใหม่" ย่อมก่อให้เกิดผลเชิงประจักษ์ หรือ การเรียนรู้ที่ได้ผลดีที่สุดภายใต้สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้เป็นหลัก
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือที่สนับสนุนทักษะการสื่อสารที่ใหม่ และมีพลานุภาพ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างงานที่ได้คุณภาพและผลงานที่ผู้ดำเนินการเต็มไปด้วยความมั่นใจ บ่อยครั้งที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะพบว่า "ทักษะใหม่" ที่พวกเขานำมาใช้ภายนอกองค์กรสามารถทำให้พวกเขาสามารถนำไปใช้สร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และเพื่อนฝูงได้อย่างมีความหมาย และเพิ่มความพึงพอใจแก่ทุกฝ่าย
หนังสือที่โด่งดังมากเรื่อง 7 พฤติกรรมมุ่งสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง (The 7 habits of highly effective people) ซึ่งเขียนโดย Stephen R. Covey ได้เขียนถึงบทบาทที่สำคัญของกระบวนทัศน์ (Paradigm) ในการก่อให้เกิดอิทธิพลต่อคุณค่าส่วนตัว และคุณค่าของสังคม และวัฒนธรรมไว้อย่างชัดเจน อีกนัยหนึ่ง กระบวนทัศน์ หมายถึง ความเข้าใจโลกภายนอก แนวความคิด และประสบการณ์ของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงของกระบวนทัศน์ หรือ ที่เรียกว่า การเคลื่อนตัวของกระบวนทัศน์ ย่อมเกิดขึ้นตามกาลเวลาครั้งแล้วครั้งเล่า (Time to time) ย่อมจะส่งผลหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อมุมมอง หรือมิติของผู้คนได้ ผลของการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ต่อโลกที่สำคัญ ได้แก่ คนในปัจจุบันยอมรับแล้วว่าโลกนั้น เป็นรูปทรงกลมและไม่ได้แบนเป็นระนาบแบบแผ่นกระดานตามที่เคยเชื่อถือกันมาในครั้งโบราณกาล
GET นำไปสู่แนวคิด ความคิด และวิธีการฝึกอบรมของการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้เรียนรู้วิธีการทำความเข้าใจแบบใหม่ ๆ รวมทั้งมีความเข้าใจว่า ผู้สื่อสารที่มีประสิทธิผล (Effective communicator) หมายถึง อะไร และมีลักษณะอย่างไร เมื่อเข้ารับการฝึกอบรมแล้ว พวกเขาจะได้ค้นพบวิธีการทำความเข้าใจกับบุคคลอื่น การเอาใจเขามาใส่ใจเรา และการมีอำนาจและอิทธิพล รวมถึงความจริงใจ (Honest) และการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน
การเรียนรู้ "ทักษะใหม่" บังคับให้ต้องพยายามหาแนวทางหรือหนทางของการสื่อสารแบบใหม่ ๆ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะดูแปลก ๆ หรือมีความเสี่ยงบ้างในระยะแรก ในการที่จะใช้ "ทักษะใหม่" แบบง่าย ๆ และเป็นธรรมชาติย่อมต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นอย่างมาก การฝึกอบรมของ GET จะเป็นการฝึกอบรมแบบเว้นช่วงเวลาระหว่างวันหรือสัปดาห์เป็นครั้งคราว ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้นำ "ทักษะใหม่" ที่ได้เรียนและฝึกฝนมาไปฝึกปฏิบัติจริงในหน้าที่การงาน